จาก “อยากได้ Chatbot” สู่ Problem Statement
Why this matters
ทักษะที่แยก BA ออกจากคนจดออเดอร์ คือการไม่หยุดที่คำขอแรก บทนี้แสดงให้ดูทั้งกระบวนการด้วยเคสเดียว
Example from Automotive QA
User บอกว่า:
อยากมี chatbot ตอบเรื่อง defect
BA ไม่ควรหยุดแค่นั้น ต้องถามต่อ:
- ทำไมต้อง chatbot?
- ตอนนี้ถามใคร?
- เสียเวลาตรงไหน?
- คำถามประเภทไหนเยอะ?
- ข้อมูลอยู่ที่ไหน?
- ใครมีสิทธิ์อ่าน?
- ข้อมูล confidential หรือไม่?
- ถ้า AI ตอบผิดเกิดอะไรขึ้น?
- Success วัดจากอะไร?
สิ่งที่คำถามเหล่านี้ขุดเจอ
สุดท้ายอาจพบว่าปัญหาจริงไม่ใช่ “ไม่มี chatbot” แต่คือ:
QA ใช้เวลาเฉลี่ย 25 นาทีในการค้น complaint และ specification จากหลายระบบ
นี่คือ problem statement ที่ดีกว่า เพราะ:
- ระบุ ใคร เจอปัญหา (QA)
- ระบุ อะไร คือปัญหา (ค้นข้อมูลจากหลายระบบ)
- ระบุ ต้นทุน ที่วัดได้ (เฉลี่ย 25 นาทีต่อครั้ง)
- และ ไม่ผูกกับ solution ใด solution หนึ่ง — คำตอบอาจเป็น chatbot, ระบบ search ที่ดีขึ้น หรือแค่จัดเอกสารใหม่ก็ได้
Common Mistakes
- รีบรับคำขอมาเขียน requirement ทันที — ได้ solution ที่ตอบความอยาก ไม่ตอบปัญหา
- ถามแต่ฝั่งเทคโนโลยี ลืมถามเรื่องข้อมูล สิทธิ์เข้าถึง และความเสี่ยง (สามข้อหลังในชุดคำถามข้างบนคือคำถามที่มักถูกลืม)
- เขียน problem statement โดยไม่มีตัวเลข — “ค้นข้อมูลช้า” เถียงได้ แต่ “เฉลี่ย 25 นาที” วัดซ้ำและใช้ตั้งเป้าได้